สวีดิช ลัปป์ลันด์: โรงแรมน้ำแข็ง แสงเหนือและไซบีเรียน ฮัสกี้ - แสงเหนือ Print E-mail
Written by Punnaporn Archawaranon   
Thursday, 16 August 2012 21:01
Share


และแล้วก็ได้เวลาหกโมงเย็นพอดี ถึงเวลาที่เราจะออกตามล่าหาพระเอกของทริป  คือแสงเหนือนั่นเอง โดยปกติแล้วแสงเหนือจะปรากฏให้เห็นได้ช่วงฤดูหนาว (ปลายก.ย. ถึงกลางเม.ย.) เวลาที่ดีคือตอนฟ้ามืด ช่วงหกโมงเย็นจนถึงประมาณตีหนึ่งตีสอง แต่ช่วงที่จะเห็นได้ชัดที่สุดคือสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม


เนื่องจากแสงเหนือจะปรากฏให้เห็นไม่แน่นอน ถึงแม้จะอยู่ในฤดูที่มักจะปรากฏให้เห็นแล้วก็ตาม (ต้องเรียกว่าแล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิตจริงๆ) นอกจากนั้นยังต้องอาศัยคืนที่ฟ้ามืด และบริเวณที่ไม่มีแสงจากหลอดไฟถนนหรือแสงจากในเมืองมารบกวน เราจึงต้องออกไปตามล่าหาแสงเหนือตามพื้นที่ที่ห่างออกมาจากในเมือง โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีออกเดินไปตามทางที่เป็นทุ่งกว้างๆ หรือตามถนนที่ไม่มีไฟ และแล้ว ไม่ทันคาดคิด... เราก็โชคดีเหลือบไปเห็นแสงเหนือน้อยๆ ที่พาดผ่านอยู่เหนือเหมืองเหล็ก LKAB อยู่ไกลๆ พอหอมปากหอมคอ พวกเราก็รีบคว้ากล้องกันมาชักภาพทันทีทันใด (เพราะกลัวไม่ทัน) ก่อนที่แสงเหนือจะร่ำลาจากเราไปจริงๆ รอบนี้แสงเหนือปรากฏให้เห็นรำไรแบบเรียกน้ำย่อยอยู่ไม่ถึงสี่นาที

Abisko Train StationAbisko Mountain


เนื่องจากยังตามล่าหาแสงเหนือได้ไม่จุใจ ในวันถัดมาเราจึงตัดสินใจเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่สูงกว่าคิรูนาคือหมู่บ้านอบิสโก ซึ่งห่างไปจากเมืองคิรูนาเกือบ 100 กิโลเมตร นั่งรถไฟประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่หมาย หลายๆ คนมักจะสับสนกับป้ายรถไฟที่นี่ เนื่องจากที่นี่มี 2 ป้าย 2 สถานี นั่นคือ Abisko Östra และ Abisko Turiststation (ห้ามงง) เนื่องจากจุดหมายปลายทางของเราคือการเข้าหมู่บ้าน (เล็กๆ) เพื่อไปหากิจกรรมแบบหนาวๆ ทำ เราจึงลงที่ป้าย Abisko Östra ในขณะที่อีกป้าย Abisko Turiststation จะเป็นจุดหมายของคนที่ซื้อทัวร์ (แพงนะ) ขึ้นหอคอยไปดูแสงเหนือโดยเฉพาะ  อย่างไรก็ตามต้องบอกไว้ ณ ที่นี้เลยว่าแสงเหนือเห็นได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อทัวร์ราคาแพง ตราบใดที่เราสามารถเดินหาพื้นที่ที่มืดได้เองและเป็นช่วงเวลาที่แสงเหนือโผล่ขึ้นมาพอดี เพราะฉะนั้นคิดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์ชมแสงเหนือต่างๆ ที่แพงเกินไป ซึ่งมีโฆษณาอยู่ทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยวแถบนี้

 

Warm clothesSnow shoes

เมื่อมาถึงอบิสโก ก็จัดแจงเข้าที่พัก ซึ่งเราติดต่อไว้ล่วงหน้าเป็นแพ็คเกจราคานักเรียน รวมที่พัก รองเท้าและชุดกันหนาว (ลักษณะเหมือนชุดมนุษย์อวกาศหรือชุดหมี) อุปกรณ์เล่นสกีครอสคันทรี (Cross-Country Skiing) และที่สำคัญที่สุดคือกิจกรรมหมาลากเลื่อน (Dog Sledding) ที่ใครมาถึงดินแดนลัปป์ลันด์แล้ว ต้องลองสักครั้งหนึ่ง...

Northern Light in Kiruna, Sweden


เมื่อพักเหนื่อยหายแล้ว... ถึงเวลาดี (ประมาณสี่ห้าทุ่มเป็นต้นไป) พวกเราจึงเริ่มได้ทีออกตามล่าหาแสงเหนือกันอีกครั้ง โดยคราวนี้เราเลือกไปตรงบริเวณที่มีทะเลสาบ (ซึ่งน้ำในทะเลสาบก็แข็งเนื่องจากอุณหภูมิติดลบ...) เพราะจะปราศจากแสงรบกวน แล้วก็รอ... ร้อ... รอ... จนในที่สุด เขาก็มา… เป็นประสบการณ์ที่อึ้ง... ทึ่ง... เสียว... อยู่ไม่น้อย เพราะเราจะเห็นเหมือนมีม่านสีเขียวไหลพริ้วอยู่ตรงหน้า ขยับไปมาใกล้บ้าง ไกลบ้าง เสมือนเป็นสิ่งมีชีวิต แต่ก็ไม่ใช่... มาปรากฏอยู่แล้วก็หายไป แล้วก็มาใหม่ เมื่อหายไป พวกเราก็ตามเพ่งหากันทั่วฟ้า เมื่อไหร่ที่ใครเห็นอะไรแปลกๆ ใช่หรือไม่ใช่แสงเหนือ ก็เรียกกันดูจ้าละหวั่น พอโผล่มาสักครั้งก็ต้องรีบชักภาพเก็บไว้แทบจะไม่ทันกันเลยทีเดียว...

 



Share
 
Copyright © 2020 Jan Punnaporn. All Rights Reserved.