สวีดิช ลัปป์ลันด์: โรงแรมน้ำแข็ง แสงเหนือและไซบีเรียน ฮัสกี้ - เหมืองเหล็ก และโรงแรมน้ำแข็ง Print E-mail
Written by Punnaporn Archawaranon   
Thursday, 16 August 2012 21:01
Share

 

ยิ่งขึ้นไปทางเหนือ อุณหภูมิภายนอกรถไฟก็ยิ่งติดลบลงเรื่อยๆ  เราสามารถรับรู้ถึงความหนาวที่กำลังเข้ามาเยือนได้ทันที สังเกตได้จากเวลาที่เดินออกไปเข้าห้องน้ำจะเห็นก้อนน้ำแข็งเกาะอยู่ตามประตูรถไฟ (เหมือนที่เราเห็นในหนังสิ้นโลกของต่างประเทศหลายๆ เรื่อง) และในที่สุดเมื่อรถไฟเข้าเทียบท่าชานชาลา Kiruna C เราก็รู้สึกได้ถึงความหนาวที่สุดของชีวิตที่น้อยครั้งจะมีโอกาสได้มาสัมผัสที่กว่า -30 ถึง -40 องศาเซลเซียส (นึกแล้วยังหนาวจนทุกวันนี้...)


Frozen Train


เมืองคิรูนา (Kiruna) เป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ ที่อยู่เหนือที่สุดในประเทศสวีเดน มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองที่ผลิตแร่เหล็กที่มีชื่อของประเทศ (เขาว่ากันว่า.. เหล็กดีต้องที่สวีเดน) บริษัทเหมืองเหล็กชื่อดังของสวีเดน LKAB (Luossavaara-Kiirunavaara Aktiebolag) ได้เปิดพิพิธภัณฑ์เหมืองเหล็กใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้เยี่ยมชม ส่วนที่ให้เข้าชมจะอยู่ลึกลงไปประมาณ 540 เมตร โดยจะต้องไปกับทัวร์ที่มีไกด์นำไปจากศูนย์นักท่องเที่ยวเท่านั้น ค่าเข้าชมราคานักเรียนจะอยู่ที่ 195 SEK หรือประมาณ 22 EUR (มิถุนายน 2555) ซึ่งภายในเหมืองอันใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้ มีการจัดแสดงสภาพการทำงานของชาวเหมืองที่แท้จริงให้เห็นตั้งแต่สมัยอดีตจนกระทั่งทุกวันนี้

LKAB Iron Mine - 2LKAB Iron Mine - 1


มาเมืองนี้แล้วสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการไปชมโรงแรมน้ำแข็งในหมู่บ้านยุคคัสเยร์วี (Jukkasjärvi) ที่เลื่องชื่อ (อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร) ซึ่งสามารถเดินทางไปด้วยรถบัสหรือรถแท็กซี่  (หากมากันเป็นหมู่คณะ)  ว่ากันว่าโรงแรมน้ำแข็งแห่งนี้เป็นแห่งที่ใหญ่ที่สุดและเป็นแห่งแรกของโลก ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับประเทศหนาวๆอื่นๆในโลก ให้สร้างโรงแรมน้ำแข็งตามอีกมากมาย เมื่อเข้ากลางเดือนพฤศจิกายนในแต่ละปี สถาปนิกและนักออกแบบจากทั่วโลกจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อตัดก้อนน้ำแข็งจากแม่น้ำทอร์เนอ (Torne) ที่อยู่ใกล้เคียง มาเนรมิตเป็นห้องพักในรูปแบบต่างๆ

 

Ice HotelIce Hotel


โรงแรมน้ำแข็งแห่งนี้จะเปิดสองลักษณะคือ ช่วงกลางวันจะเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมภายใน (ราคานักเรียน 200 SEK หรือ 23 EUR) เมื่อตกเย็นก็จะเปิดให้แขกของโรงแรมเข้าพัก สนนราคาต่อคืนต่อคนประมาณ 1250 - 3500 SEK (141 - 395 EUR) ขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในห้อง โดยภายในห้องจะถูกปรับอุณหภูมิไว้ให้อยู่ระหว่าง -5 ถึง -8 องศาเซลเซียส ซึ่งทีเด็ดไม่ว่าจะเข้าชมหรือเข้าพักโรงแรมน้ำแข็งอีกอย่างหนึ่ง คือการลองนอนบนหนังกวางเรนเดียร์  (ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ไม่น้อย...) ซึ่งวางคลุมบนเตียงน้ำแข็งอีกทีหนึ่ง

Bedroom in Ice HotelCorridor in Ice Hotel


กวางเรนเดียร์เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญต่อชาวซอมิ (Sami) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองในแคว้นลัปป์ลันด์มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะสามารถนำทุกส่วนในร่างกายมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งเมื่อยังมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยตอนยังมีชีวิต ชาวซอมิจะใช้กวางเรนเดียร์เพื่อลากขนย้ายสิ่งของบนพื้นหิมะ ปัจจุบันนี้ยังสามารถเห็นกวางเรนเดียร์ตามธรรมชาติได้ทั่วไป และเมื่อมาถึงดินแดนแห่งนี้ เนื้อกวางเรนเดียร์ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ต้องลิ้มลอง ซึ่งเมนูยอดฮิตคือ Sautéed reindeer หรือเรนเดียร์ผัดนั่นเอง

Reindeer


จะว่าไปโรงแรมน้ำแข็งแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ที่พักเท่านั้น หากแต่ยังมีบาร์น้ำแข็ง Absolut Ice Bar Jukkasjärvi ไว้ให้ผู้เข้าชมได้ตระการตาไปกับต้นกำเนิดบาร์น้ำแข็งทั่วโลก ซึ่งบาร์ที่อื่นๆมักจะจำกัดเวลาการเข้าไว้ประมาณ 40 นาที หากแต่ที่นี่ เราสามารถใช้เวลาอยู่ภายในบาร์น้ำแข็งได้นานตามต้องการ แถมยังมีวอดก้ายี่ห้อดังของสวีเดน คือ Absolut Vodka จำหน่ายให้คอทองแดงได้ดื่มด่ำควบคู่ไปกับการนั่งอยู่บนเก้าอี้น้ำแข็งที่มีเบาะหนังเรนเดียร์รองไว้อีกด้วย


Ice Bar


หลายๆ คนคงสนใจว่าเรากินอยู่กันอย่างไรในทริปหนาวๆ ทริปนี้ อันนี้มีที่มาที่ไป… อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศแถบสแกนดิเนเวีย มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง (นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ ตามลำดับ) เราจึงตัดสินใจที่จะดำเนินตามวิถีของคนท้องถิ่นด้วยการประกอบอาหารกินกันเอง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แถมได้ปริมาณที่มากกว่าในภัตตาคารอย่างมากมาย เรียกว่าอิ่มกันถ้วนหน้า แม้มาเที่ยว แถมยังสามารถอิ่มอร่อยแบบรสชาติไทยๆ ได้ไกลถึงเกือบจะสุดขั้วโลกเหนือด้วย... เนื่องจากชาวเราแบกกล่องมาม่าตั้งแต่ออกเดินทางจากสตอกโฮล์มเพื่อเป็นหัวใจของการกินอยู่ในทริปนี้



Share
 
Copyright © 2020 Jan Punnaporn. All Rights Reserved.